12,500/ท่าน

เงื่อนไขรายการนำเที่ยว

เงื่อนไขรายการนำเที่ยว 1.เมื่อลูกค้าชำระค่าทัวร์เพื่อจองทัวร์แล้ว ไม่สามารถยกเลิก ไม่สามารถคืนเงินได้ทุกกรณี
2.ชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน 60% ครั้งเดียว ไม่มีชำระมัดจำก่อน
3.ชำระค่าทัวร์ ผ่านแอพพลิเคชั่น "เป๋าตังค์" เท่านั้น
4.ไม่สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนวันเดินทางได้
5.โปรแกรมทัวรอาจมีการสลับสับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
6.ไม่สามารถคืนเงินได้บางส่วนในทุกกรณี เช่นกรณีที่ไม่รับประทานอาหารร่วมเป็นบางมื้อ

ติดต่อจองรายการนำเที่ยว
ที่อยู่
42หมู่​13​ตำบลช่อง​เม็ก​อ​ำ​เภอ​สิรินธร​จังหวัด​อุบล​ราชธานี​34350​
เบอร์โทร
0896271233​
อีเมล
ploentour@gmail.com​
หมายเหตุ

โปรแกรมในแต่ละวัน สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศ และคำนึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

ล่องแพ กินปู นอนหรู ริมเล

location_on อุบลราชธานี - จันทบุรี
โดย เพลิน ทัวร์
คำโปรยรายการนำเที่ยว

บริการดุจคนรู้ใจ ไปกับเรา เพลินทัวร์
ใช้รถตู้วีไอพีในการเดินทาง
อิ่มประทับใจ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลไม่อั้นทุกมื้อ เที่ยวสนุกปลอดภัย สบายใจทั้งไปและกลับ
โปรแกรม3วัน2คืน 12500.-สังสรรค์ร่วมสนุกแจกของรางวัลมากมาย
มีจับรางวัลทั้งสองคืน
วันแรกของการเดินทาง
อุบลราชธานี- ระยอง-ทุ่งโปร่งทอง-เรือหลวงประแสร์- วัดระหารไร่-หาดแม่รำพึง
วันที่สอง ของการเดินทาง ระยอง-จันทบุรี-บางชัน-หมู่บ้านไร้แผ่นดิน-ล่องแพเปียก -กินปู -ดูเหยี่ยวแดง- เครื่องเล่นสนุกสนานหลากหลายกิจกรรม
วันที่สามของการเดินทาง จันทบุรี -แหลมสิงห์ -ชุมชนขนมแปลก -ร้านของฝาก- วัดชากใหญ่ -ตึกแดงคุกขี้ไก่ - ตลาดโรงเกลือ - อุบลราชธานี

รายละเอียดการเดินทาง
0 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

อาหารทุกมื้อ ทะเลเน้นๆ เราจัดเต็มทุกเมนู
รายละเอียดค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์และผู้ช่วย
ห้องพักห้องละ2ท่าน
ใช้รถตู้วีไอพีจำนวน2คัน
ลูกค้า10ท่าน ไกด์1 ผู้ช่วยไกด์1 คนขับ2รวม14คน นั่งคันละ7คนรวมคนขับ
รักษาระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิท19
-ค่าที่พักมัคคุเทศก์+ผู้ช่วยจำนวน2คืน 500*2= 1000 บาท
-ค่าที่พักคนขับ2คืน500*2=1000.-บาท
-ค่าแรงมัคคุเทศก์ 1500*3=4500 บาท
-ค่าแรงผู้ช่วยมัคคุเทศก์ 800*3=2400.-บาท
-ค่าประกันการเดินทาง มัคคุเทศก์+ผู้ช่วย+คนขับ 35*4=140.- บาท
-ค่ากระเป๋ายาสามัญประจำบ้าน 1500.-บาท
-ค่ารถมัคคุเทศก์ก่อนมาขึ้นรถบัส 800 บาท
-ค่าน้ำแข็งแช่เครื่องดื่ม ค่าถุงขยะ เจลล้างมือ กระดาษเปียก หน้ากากอนามัย ค่ากระดาษชำระ 600.-บาท
-ค่าจ้าง อสม.ทำSwab ทั้งไปและกลับ 1000 บาท
-ชุดตรวจ ATK สำหรับลูกค้า ไปและกลับ 700*10=7000.-บาท
- ชุดATK swab สำหรับไกด์1 ผู้ช่วยไกด์1 คนขับรถ2คน ไปและกลับจำนวน4คน*700=2800.-บาท
-ค่าป้ายติดกระเป๋า ป้ายคล้องคอ ของที่ระลึก อาหารว่างระหว่างรอ 200*10=2000.-บาท
-ค่าลูกโป่ง แป้ง หนังยาง ลูกบอล ของรางวัลจับสลากเพื่อร่วมกิจกรรมกับลูกค้าทั้ง2คืน 2000.-บาท
-ค่าป้ายขอบคุณโครงการ 550บาท
-ค่าบำรุง สถานที่ท่องเที่ยวเรือประแสร์ ทุ่งโปร่งทอง วัด ศาลเจ้าตาก ตึกแดงคุกขี้ไก่ 1000 บาท
-ค่าทิปไกด์2000บาท
-ค่าทิปคนขับ 2000 บาท
รวมค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์และเบ็ดเตล็ด 32290.- บาท
ลูกค้า10คน เฉลี่ยคนละ 3229.- บาท
ค่าภาษี 7%= 875 บาท
รวมค่าเบ็ดเตล็ดทั้งหมด 4104.-บาท

0 ค่าบริหารดำเนินการ

0

02.00 เพลินทัวร์

คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ภายในจังหวัดอุบลราชธานีแจกป้ายติดกระเป๋า ป้ายคล้องคอ ของที่ระลึก เช็คอิน แจกโปรแกรมการท่องเที่ยว บริการขนม น้ำ อาหารว่างพร้อมทั้งบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ วัดไข้ -บริการตรวจ COVID19 ANTIGEN RAPIT TEST ขออนุญาต Swab ทั้งวันไปและวันกลับ ตรวจโดย อสม.ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการป้องกันเบื้องต้น และการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย สบายใจในการเดินทางสบายใจต่อเพื่อนร่วมทริป

03.00 รถเพลินทัวร์

นำคณะทุกท่านออกเดินทางจากจุดนัดหมายโดยรถตู้ปรับอากาศวีไอพี
มุ่งหน้าสู่ จังหวัดระยอง

06.00 เพลินทัวร์

บริการอาหารเช้าบนรถแบบเซ็ทกล่องวีไอพี พร้อมเครื่องดื่มผ้าเย็นกาแฟ โอวัลติน ขนมปัง (1) และ เที่ยง บริการอาหารกลางวันบนรถเซทกล่องวีไอพี(2) โปรแกรมนี้สำหรับคณะที่อยากมีเวลาเล่นน้ำนานขึ้น และได้เที่ยวมากขึ้น ต้องให้คุ้มค่าแก่การเดินทางไกล

13.30 เพลินทัวร์

ชมทุ่งโปรงทอง” ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ทางเดินเข้าไปชมจะเป็นสะพานไม้ยาวเข้าไปด้านใน จากนั้นก็จะได้เห็นเสน่ห์ของใบต้นโปรงที่มีสีเขียวอมหลืองสดใส เมื่ออยู่รวมกันเป็นจำนวนมากจึงทำให้ท้องทุ่งแห่งนี้กลายเป็นสีทองสว่างไสว ยิ่งถ้าอยู่กลางแสงแดดแล้วก็จะยิ่งเพิ่มความงามขึ้นอีก สมกับชื่อที่ชาวบ้านเรียกว่าทุ่งโปรงทอง เดินชมความงามพร้อมกับถ่ายรูปสวยๆ ไปได้เรื่อยๆทางชุมชนปากน้ำประแสได้ทำสะพานไม้ไว้ให้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน สะพานนี้มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ทอดผ่านป่าชายเลน ทุ่งโปรงทอง และยาวต่อไปจนถึงชายทะเล ที่จะได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไปตลอดเส้นทาง ยิ่งช่วงปลายของเส้นทางเดินก่อนจะถึงทะเลประแส เป็นช่วงที่สามารถเดินได้แบบโปร่งโล่งสบาย มีลมพัดมาคลายร้อนตลอดเวลา บริการรถสามล้อไปกลับ

14.30 เพลินทัวร์

อนุสรณ์สถานของเรือมีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ราชนาวีไทย เรือหลวงประแสที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ปากน้ำประแสนี้ เป็นเรือหลวงประแสลำที่ 2 นำเข้ามาแทนเรือหลวงประแสลำที่ 1 ซึ่งเกยตื้นไปในสงครามเกาหลี ตลอดเวลาประจำการ เรือรบหลวงประแสลำที่ 2 นี้ได้ปฏิบัติภารกิจมากมาย ทั้งสังกัดกองเรือสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ทำหน้าที่ลาดตะเวนปิดอ่าวคุ้มกันเรือลำเลียง เรือบรรทุกน้ำมัน เรือกวาดทุ่นระเบิด และระดมยิงฝั่งเป็นครั้งคราว ในพื้นที่ยุทธบริเวณตั้งแต่ท่าเรือปูซานฝั่งตะวันออก เรื่อยไปจนถึงวอนซาน ในเกาหลี รวมภารกิจนับตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2495 แล้ว เรือหลวงประแสปฏิบัติภารกิจทางยุทธการรวม 32 ครั้ง นาน 2 ปีเศษ ก่อนเดินทางกลับสู่ไทย และเป็นกำลังหลักของกองเรือปราบเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ในการต่อต้านภัยคุกคามทางทะเลในช่วงการรุกคืบของลัทธิคอมมิวนิสต์ในคาบสมุทรอินโดจีน จนกระทั่งปลดระวางเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543 ภายหลังปลดระวาง เทศบาลตำบลปากน้ำประแสได้ประสานกับกองทัพเรือ เพื่อจัดสร้างอนุสรณ์เรือหลวงประแสขึ้นที่ปากน้ำประแส จนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2546

15.00 เพลินทัวร์

วัดละหารไร่ เป็นวัดที่มีผู้เดินทางมาสักการะรูปหล่อของหลวงปู่ทิมอย่างไม่ขาดสายอยู่เสมอ เนื่องจากให้ความเคารพและศรัทธาในพระเกจิชื่อดังอย่าง หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด ทว่าชื่อเสียงของวัดนี้กลับลือเลื่องในสมัยที่หลวงปู่ทิม อิสริโก หรือพระครูภาวนาภิรัติ เป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากท่านเป็นพระเกจิที่ดำรงตนอยู่ในความเรียบง่ายและเป็นแบบอย่างของความสมถะ อีกทั้งยังเป็นที่กล่าวขานกันว่าท่านเป็นพระที่มีพลังจิตแก่กล้ารูปหนึ่งของภาคตะวันออกเลยทีเดียว จึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าท่านจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม ภายในวัดนั้น นอกจากจะได้สักการะรูปหล่อของหลวงปู่ทิมแล้ว ยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายของท่านท่ามกลาง ความร่มรื่นและความสวยงามของวิหาร เจดีย์ ที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรแวะลืมสักการบูชาก่อนไปและกลับ บริการเบรคระหว่างวัน ผลไม้ตามฤดูกาล น้ำดื่ม น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว ผ้าเย็น

15.30 โรงแรมระยองบีซ หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง

นำคณะเข้าที่พักโรงแรมระยองบีชหาดแม่ลำพึง (พักห้องละ 2-3 คน)

15.40 เพลินทัวร์

กิจกรรมนันทนาการร่วมเล่นน้ำถ่ายภาพสวยๆ และพิเศษนั่งเรือบานาน่าโบ๊ท จะรู้สึกตื่นเต้นถึงลมปะทะใบหน้าขณะที่เรือกล้วยถูกลากด้วยเจ็ทสกี เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของท้องทะเล และมีเฮตอนเทกระจาด

18.00 โรงแรมระยองบีซ หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง

รับประทานอาหารที่หน้าหาดอาหารทะเลไม่อั้น(3) กับเมนูอาหารทะเลเลิศรสและกิจกรรม นันทนาการที่สนุกสนานพร้อมเวทีและร้องเพลงคาราโอเกะ (เริ่มตั้งแต่ เวลา 18.00น.– 22.00 น.)พักผ่อนตามอัธยาศัย
มีปิ้งย่างทะเลเผา-ส้มตำ-ขนมจีน- น้ำหวาน เครื่องดื่ม เติมได้ตลอดรายการ สมควรแก่เวลาสำหรับค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์

06.00 โรงแรมระยองบีซ หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าหน้าหาดเล่นน้ำตามอัธยาศัยรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมบุฟเฟ่อาหารทะเลไม่อั้น (4)
09.00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากที่พักโรงแรม

09.30 รถเพลินทัวร์

ออกเดินทางสู่จันทบุรี ใช้รถคันเดิม

11.00 เพลินทัวร์

เดินทางถึงท่าเรืออ่างกระป๋อง อำเภอขลุงออกเดินทางต่อโดยเรือโดยสารลำใหญ่ พร้อมรับชมธรรมชาติป่าชายเลนและวิถีชาวประมงพื้นบ้านตลอดจนถึงที่พักโฮมสเตย์

12.00 ชานทะเล หรือเทียบเท่า ( ไอเล โฮมสเตย์ )

ถึงที่พักโฮมสเตย์ บางชัน หมู่บ้านไร้แผ่นดิน จันทบุรี เก็บสัมภาระเข้าที่พัก ห้องละ2-3-4ท่าน รับประทานอาหารกลางวัน (ทัวร์ 5) แบบบุฟเฟ่ต์ปูตัวโตๆ ผัดไทยเส้นจัน ส้มตำไทย กุ้งชุบแป้งทอด ณ ที่พัก จากนั้นคณะพักผ่อนตามอัธยาศัย 14.30 น. เริ่มกิจกรรมกลุ่มที่เราจัดเตรียมไว้สำหรับท่านเป็นprivate groupไม่รวมกับคณะใด คณะทัวร์จะได้พบกับกิจกรรมสุดเจ๋ง เล่น แพเปียกพร้อมรับชมเหยี่ยวแดงนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนแพส่วนตัวไม่จอยทริป และ ชมทะเลแหวกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ ณ บางชัน กับพื้นดินนุ่มๆล้อมรอบด้วยผืนน้ำ พลบค่ำหลังจากกิจกรรมเล่นแพเปียกพร้อมชมเหยี่ยวแดง 18.30 น. รับประทานอาหารเย็น อาหารทะเลชุดใหญ่ เติมไม่อั้น (ทัวร์ 6) บุฟเฟ่ห์ปูตัวโตๆ กุ้งลายเสือ อาหารทะเล ปลาทอดสามรสปลาต้มส้ม พร้อมดนตรีคาราโอเกะ บุฟเฟ่ต์เครื่องดื่มนาๆชนิด แบบไมอั้น ราคานี้รวม -บริการแพเปียก พร้อมอาหารและเครื่องดื่มแบบบุฟเฟ่ต์ตลอดเวลาล่อง4ชั่วโมง -ค่าทิปคนเรือ -บริการเครื่องเสียงจัดเต็มบนแพ -บริการเครื่องเล่น -บริการอาหารเที่ยงจัดเต็มทุกเมนู -บริการที่พัก ห้องละ2-3-4 ท่าน -บริการอาหารเย็น บุฟเฟ่ต์ปูตัวโต กุ้งลายเสือ พร้อมอาหารเลิศรสอีก8อย่าง -บริการเวทีเครื่องเสียงคาราโฮเกะ -บริการอาหารเช้าวันถัดมา บุฟเฟ่ต์ข้าวต้มทะเลพร้อมหลากหลายเมนูแสนอร่อย อร่อย สนุก เต็มที่ทุกเมนู วีไอพีทั้งอาหารและเครื่องดื่มไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม สำหรับค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์

06.00 เพลินทัวร์

อรุณสวัสดิ์ เชิญยืดเส้นยืดสายกับบรรยากาศอันแสนสบายรับกลิ่นไอธรรมชาติแบบทะเลชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ทำบุญตักบาตรรักษาฮีตคองประเพณีตามวิถีชาวพุทธเป็นความงดงามหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้หลั่งไหลข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาเก็บเกี่ยวบรรยากาศนี้ แต่เราชาวพุทธโชคดีที่เป็นอีกหนึ่งวิถีในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว เพื่อความเป็นศิริมงคล เพื่อขัดเกลาจิตใจ ซึ่งทำกันมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ (ตามอัธยาศัย)

07.00 ชานทะเล หรือเทียบเท่า ( ไอเล โฮมสเตย์ )

รับประทานอาหารเช้าข้าวต้มทะเลร้อนๆ (ทัวร์ 7) ณ โฮมสเตย์ที่พัก
ช่วงเช้า อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชม วิถีประมงพื้นบ้าน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดบางชัน ชมรอยพระหัตถ์ รัชกาลที่ 5 เป็นภาษาขอม / จากนั้นแวะชมและซื้อของฝาก อาทิ กุ้งแห้ง กะปิ ปลากึ๋น หมึกแห้ง เสื้อ Logo บางชัน ไว้เป็นของฝากที่ระลึก ตามอัธยาศัย 09.00 น. Check Out อำลาที่พักโฮมสเตย์ด้วยความประทับใจ

10.00 เพลินทัวร์

ออกเดินทางกลับโดยเรือโดยสารลำใหญ่มุ่งสู่ฝั่ง อ.ขลุง

11.00 รถเพลินทัวร์

ถึงฝั่งใช้รถคันเดิม แวะช้อปปิ้งและแวะชิมขนมที่ชุมชน ขนมแปลกริมคลองหนองบัว
ชุมชนขนมแปลก ริมคลองบัว ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวแสนเก๋ของจังหวัดจันทบุรี มีลักษณะเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงเอกลักษณ์ของตัวชุมชนมาเป็นเวลากว่า 100 ปี นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชน บ้านเรือนไม้อาคารเก่าแก่ประดับด้วยลวดลายฉลุสวยงาม ที่สำคัญในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะได้แวะเดินชิมขนมโบราณอร่อย ๆ ที่หาทานได้ยากอีกด้วย ชุมชนขนมแปลกแห่งนี้จะมีเสน่ห์ชวนให้เราไปแล้วอยากไปอีก

12.00 ร้านแม่วรรณา หรือเทียบเท่า ( ต้นตำรับ )

เดินทางถึง เมืองจันทบุรี พักรับประทานอาหารกลางวันแม่วันนาอาหารเซ็ทโต๊ะที่นั่งวีไอพี (8)

13.00 เพลินทัวร์

หลังมื้ออาหาร นำทุกท่านออกเดินทางต่อไปชมและสักการะ วัดชากใหญ่ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยพระอาจารย์ มหาบัว ญาณสัมปันโน (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ พระธรรมวิสุทธิมงคล) คำว่า "ชาก" เป็นชื่อต้นไม้พื้นเมืองชนิดหนึ่งในขณะนั้น พระอาจารย์มหาบัวได้มาจำพรรษาที่วัดนี้โดยมีญาติโยมซื้อที่ดินถวายเป็นเนื้อที่ 26 ไร่ 2 งานเศษ (ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 45 ไร่) ภายในวัดชากใหญ่แห่งนี้จะมีพุทธประติมากรรม (พระพุทธรูป) ซึ่งเป็นเรื่องราวต่างๆ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ให้ผู้เข้าชมได้ดูกันอย่างมากมาย นอกจากนั้นทางวัดยังได้มีการเขียนแผ่นป้ายเอาไว้อย่างละเอียด อ่านแล้วเข้าใจง่ายเพื่อเป็นความรู้อีกด้วย พุทธประติมากรรมต่างๆ ส่วนมากจะเป็นขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก และด้านล่างของพุทธประติมากรรมก็จะเป็นกุฏิของพระภายในวัด (ผมรู้สึกว่าเป็นการวางแผนและออกแบบใช้พื้นที่ภายในวัดได้คุ่มค่ามากๆ เลย) ส่วนบรรยากาศภายในวัด ร่มรื่นมากๆ คับ ต้มไม้เยอะ เดินไม่รู้สึกร้อนเลย มุมสวยๆ ถ่ายรูปก็เยอะไปหมด มายังวัดชากใหญ่แห่งนี้ได้ทั้งทำบุญ, ไหว้พระ ร่วมถึงดูพุทธประติมากรรมสวยๆด้วย

13.30 เพลินทัวร์

แวะชมตึกแดง และ คุกขี้ไก่ สร้างขึ้นโดยฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2436 ในยุคของอินโดจีนฝรั่งเศส หรือ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ในสมัยนั้นฝรั่งเศสได้แผ่อาณานิคมเข้ามาที่ลาว กัมพูชา เวียดนาม และได้หาเรื่องรุกรานไทยโดยอ้างว่า ดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงคือ อาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด ฝรั่งเศสได้บุกเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อต้องการดินแดนส่วนนี้ กับพื้นที่ในจังหวัดตราด และยังต้องการค่าเสียหายอีกเป็นจำนวนถึง 3 ล้านฟรังก์เหรียญทอง หรือราว 1.56 ล้านบาทในขณะนั้น
ในขณะที่ไทยยังไม่สามารถยกดินแดนที่ฝรั่งเศสต้องการ และ ฝรั่งเศสยังไม่ได้รับค่าเสียหาย ฝรั่งเศสก็เลยใช้วิธียึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นตัวประกัน ฝรั่งเศสได้สร้างตึกแดง เป็นตึกเล็กชั้นเดียว ขนาด 7 x 32 ตารางเมตร มีห้องภายในอยู่ 5 ห้อง ไว้เป็นที่บัญชาการ และที่อยู่อาศัยของทหารฝรั่งเศส – ญวณ ด้านนอกทาสีแดงเข้ม ที่ตั้งของตึกแดงอยู่ที่ป้อมพิฆาฏปัจจามิตรซึ่งเป็นป้อมปืนเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยฝรั่งเศสได้รื้อเอาป้อมพิฆาฏปัจจามิตรออกแล้วสร้างตึกแดงในที่ตรงนั้น มีการนำวัสดุบางอย่างของป้อมพิฆาฏปัจจามิตรมาใช้ในการสร้างดึกแดงด้วย ฝรั่งเศสใช้งานดึกแดงเป็นที่บัญชาการจนถึงปี พ.ศ. 2447 จนได้สิ่งที่ต้องการจนครบไม่ว่าจะเป็นดินแดนที่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย และเงินค่าเสียหายที่ฝรั่งเศสเรียกร้อง มีบันทึกไว้ว่าเงินในท้องพระคลังสมัยนั้นถึงกับหมดเกลี้ยง ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการปรับปรุงตึกแดงให้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนของ อ.แหลมสิงห์ ต่อมาได้ถูกยกเลิกและทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

14.00 เพลินทัวร์

คุกขี้ไก่ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ 600 คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก ผนังก่ออิฐ กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก อยู่กันอย่างแออัด ชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลานักโทษที่มีโทษหนักก็จะอยู่ชั้นถัดจากที่เลี้ยงไก่ จะมีโอกาสโดนมูลไก่ราดได้บ่อย ส่วนนักโทษชั้นล่างจะเป็นนักโทษที่มีโทษเบากว่า มีโอกาสโดนมูลได้น้อยกว่า ความทรมานของคุกขี้ไก่ ไม่ได้อยู่ที่ความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย แต่เป็นความขมขื่นทางจิตใจ ที่ถูกผู้รุกรานต่างชาติคุมขัง อย่างไร้ศักดิ์ศรี ว่ากันว่าคนที่เคยถูกคุมขังเมื่อออกจากคุกมาได้กลิ่นขี้ไก่จะอยู่ติดตัวไปนาน บริการเบรคระหว่างวัน ขนม น้ำดื่ม น้ำอัดลม กาแฟเย็น ผลไม้ตามฤดูกาล ผ้าเย็น

14.30 เพลินทัวร์

นำทุกท่านออกเดินทางไปช้อปปิ้งตลาดพลอย ตลาดพลอย หรือถนนอัญมณี เป็นตลาดการซื้อขายพลอยในจันทบุรีที่โด่งดังและมีชื่อเสียงกว้างไกลในระดับโลก เป็นตลาดการค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นศูนย์รวมการค้าพลอยแบบครบวงจร อีกทั้งยังเป็นการจำหน่ายพลอยจากทุกมุมโลก ที่พลอยจะต้องมายังตลาดพลอยจันทบุรี ก่อนออกไปยังที่อื่นเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ตลาดพลอยอยู่ในใจกลางเมืองจันทบุรี ผู้ที่สนใจซื้อเครื่องประดับ หรือต้องการเห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอย สามารถเดินชมการซื้อขาย หรือแวะซื้อพลอยได้ที่นี้ ซึ่งตลาดการค้าพลอยจะคึกคักในช่วงสุดสัปดาห์

16.30 เพลินทัวร์

ช้อปปิ้งตลาดอินโดจีน ที่จังหวัดสระแก้วตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก ตั้งอยู่ในเขตอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ระบุว่า ตลาดแห่งนี้ ถือเป็น ตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่นี่เป็น แหล่งช้อปปิ้ง ปลีก-ส่ง สินค้ามือ 2 ที่มีชื่อเสียง มาช้านาน แต่ละวันจะมีผู้คนมากมายแวะเวียนมาสร้างความคึกคักให้กับอาณาบริเวณเกือบ 100 ไร่ ท่ามกลางร้านค้ากว่า 3,000 ร้าน
ความโดดเด่นของตลาดแห่งนี้ อยู่ที่ สินค้าแบรนด์เนม ราคาถูก ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบัน ตลาดโรงเกลือ มีการปรับปรุงด้านความสะอาด รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่เดินทางมาจับจ่ายสินค้า บริการเบรคขนม นม น้ำดื่ม ผ้าเย็น แซนวิช ผ้าเย็นเช็ดหน้า เช็ดมือ

20.00 ส.ขอนแก่น อำเภอนางรอง

รับประทานอาหารเย็นที่ร้าน ส. ขอนแก่น เมนูเลิศรสกว่า10รายการ (9)
21.30 น. ออกเดินทางต่อร่วมร้องเพลงคาราโอเกะ ดูหนัง ฟังเพลง พักผ่อนบนรถตามอัธยาศัยเดินทางกลับบ้านเรา เดินทางถึงภูมิลำเนาของท่านโดยความปลอดภัยสบายใจและประทับใจ นอนบนรถ
05.00 น. ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ