17,300/ท่าน

เงื่อนไขรายการนำเที่ยว

อัตรานี้รวม
 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
 ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ เส้นทางดอนเมือง–หาดใหญ่–ดอนเมือง (รวมน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ท่านละ 20 ก.ก. ทั้งไปและกลับ)
 รถบัสปรับอากาศขนาด 45 ที่นั่ง นำเที่ยวตามรายการ
 รถ 6 ล้อขึ้นชมบ้านปิยะมิตร – รถกระบะ – รถมอเตอร์ไซด์ขึ้นชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 ค่ากิจกรรมต่างๆ ตามระบุในโปรแกรม
 ค่าที่พัก จำนวน 4 คืน ห้องละ 2-3 ท่าน (ซีเอส ปัตตานี 2 คืน / แกรนด์ แมนดาริน เบตง 2 คืน )
 ค่าอาหารจำนวน 15 มื้อ (อาหารกล่อง 3 มื้อ / ที่เบตงไม่ทานอาหารเช้าที่โรงแรมทั้ง 2 มื้อ นำท่านไปทาน ติ่มซำ + ข้าวมันไก่เบตง โดยสิทธิ์การทานอาหารเช้าที่โรงแรมยังคงอยู่ )
 อาหารว่าง, เครื่องดื่ม, ผ้าเย็น ตลอดการเดินทาง
 ค่ากิจกรรม ค่าธรรมเนียม ค่าสินน้ำใจในการนำคณะเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวตามระบุในโปรแกรม
 ค่าทีมงาน วิทยากร และ มัคคุเทศก์ รวม 3 ท่าน ดูแลคณะ ตลอดจนเจ้าหน้าที่-ปราชญ์ผู้รู้ ในท้องถิ่น
 ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองส่วนบุคคล 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุสูงสุด 500,000 บาท

อัตรานี้ไม่รวม
 ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (เฉพาะกรณีออกใบกำกับภาษีให้ห้างร้าน-บริษัท)
 ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่, พิพิธภัณฑ์ หรืออุทยาน สำหรับชาวต่างชาติ
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, ค่ามินิบาร์, ค่าซักรีด และอื่นๆ ที่มิได้ระบุในรายการ
 ค่าทิปทีมงาน : อัตราที่เหมาะสมแนะนำไม่ควรตำกว่า 400 บาท/ท่าน

เอกสารที่ใช้ประกอบการเดินทาง
1. หน้าบัตรประชาชนของผู้เดินทางที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อใช้ประกอบการจองตั๋วเครื่องบิน การเข้าเช็คอินที่พัก ตลอดจนการทำประกันอุบัติเหตุ
2. หลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 หากยังไม่ได้ฉีด ต้องแสดงเอกสารผลตรวจโควิด-19 (แบบ RT-PCR) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง
3. ท่านที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ขอหลักฐานการตรวจโรค COVID-19 แบบ ATK / RT-PCR ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง

ติดต่อจองรายการนำเที่ยว
ที่อยู่
133/8 ถนนราชปรารภ มักกะสัน
เบอร์โทร
0818601614
อีเมล
friendsofnature@gmail.com
หมายเหตุ

1. กรณีต้องการใช้สิทธิ์ในโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”
- กำหนด 1 สิทธิ/คน จำนวน 200,000 สิทธิ์ ช่วงขยายระยะเวลาเดินทาง 8 ก.พ.-30 เม.ย.2565
- คุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้เข้าร่วมโครงการ มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย/อายุต้ังแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป /ไม่สามารถใช้แพ็คเกจท่องเที่ยวของโครงการทัวร์เที่ยวไทยในช่วงเวลาเดียวกับการเข้าพักโรงแรม / ที่พักของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ได้
- การชำระค่าใช้จ่าย : ลูกค้าได้รับ Notification จากทางผู้ประกอบการนำเที่ยวผ่าน App เป๋าตัง/ ลูกค้ากดใช้สิทธิเพื่อดูรายละเอียดการจองและชำระเงิน
- ลูกค้าชำระผ่าน G Wallet - App เป๋าตัง 60% ของค่าทัวร์ – ส่วนลดรัฐบาลสนับสนุนค่าแพ็คเกจท่องเที่ยว 40% ไม่เกิน 5,000 บาท/สิทธิ
- หากไม่มีชำระเงินภายในเวลา 23.59 น.ของวันที่ทำการจอง ระบบจะยกเลิกการจองอัตโนมัติ
- วันเดินทางลูกค้าต้องนำมือถือที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ไว้ มาทำการสแกน QR CODE – Check In บน App เป๋าตัง ณ จุดนัดพบที่กำหนดโดยผู้ประกอบการนำเที่ยว
- บริษัทนำเที่ยวต้องทำการสแกนหน้าบน App ถุงเงินของผู้ประกอบการนำเที่ยวที่จังหวัด Check In และ Check Out
- ชำระค่าใช้จ่ายแล้ว หากไม่ได้มีการเดินทางตามวันที่กำหนด (ไม่มีการเช็คอินและเช็คเอาท์) ระบบจะยกเลิกคูปอง แสดงสถานะหมดอายุ ไม่มีการคืนสิทธิให้กับผู้ใช้ และไม่ได้รับค่าใช้จ่าย 60 % คืนไม่ว่ากรณีใดๆ
- ยกเว้น มีประกาศจากทางรัฐบาลไม่ให้มีการเดินทาง การคืนค่าใช้จ่ายเป็นไปตามราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยวพ.ศ. ๒๕๖๓
2. กำหนดการ, สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้าทั้งนี้ทีมงานจะถือประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
3. กำหนดการ, สถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้าทั้งนี้ทีมงานจะถือประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ (เนื่องจากเป็นการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า 2 เดือน ภายใต้ภาวะที่ยังไม่ปกติ 100 %)
4. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจาก ภัยธรรมชาติ โรคระบาด โรคติดต่อ ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
5. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจาก ภัยธรรมชาติ โรคระบาด โรคติดต่อ ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
6. หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
7. บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการชำรุดหรือสูญหายของทรัพย์สินส่วนตัว อาทิ เช่น โทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าสตางค์, กล้องถ่ายรูป ฯลฯ
8. กรณีไม่ได้ร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” หลังลงชื่อจอง 1 วัน (หรือตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ท่านทราบ) ท่านที่ชำระเงินสด รบกวนท่านต้องยืนยันการจองโดยชำระมัดจำท่านละ 5,000 บาท หรือกรณี ชำระผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ รบกวนท่านกรอกเอกสารตัดบัตร ยอดค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน ส่งเอกสารกลับมายังบริษัทแล้วรอแจ้งกลับถึงผลการอนุมัติโปรโมชั่น การจองจึงจะสมบูรณ์และเลือกที่นั่งบนรถได้ หากพ้นจากวันเวลาที่กำหนด ขออนุญาตตัดสิทธิ์การจองโดยอัตโนมัติและเมื่อท่านชำระค่าใช้จ่ายหรือส่งเอกสารตัดบัตรแล้วท่านไม่สามารถยกเลิกการเดินทางเพื่อคืนค่าใช้จ่าย แต่สามารถให้ท่านอื่นเดินทางแทนได้
9. รูปแบบห้องพัก / ที่นั่งบนรถ จัดให้ตามลำดับการชำระค่าใช้จ่าย
10. กรุณาพิจารณาอ่านโปรแกรมโดยละเอียด เมื่อท่านได้ทำการยืนยันจองทัวร์กับบริษัทฯ แล้ว ถือว่าท่านเข้าใจและรับทราบข้อมูลต่างๆ ยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น

002 : ล่องใต้สุดแดนทักษิณ "ปัตตานี-ยะลา-เบตง"

location_on กรุงเทพมหานคร - ยะลา
โดย บริษัท เพื่อนธรรมชาติ จำกัด
คำโปรยรายการนำเที่ยว

ออกเดินทาง : ผู้เดินทางไม่ต่ำกว่า 30 ท่าน
ค่าใช้จ่าย : 17,300 บาท พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 2,600 บาท

โปรแกรมล่องใต้สุดแดนทักษิณ ปัตตานี-ยะลา-เบตง นำท่านท่องเที่ยววิถีชุมชน พร้อมพบประสบการณ์เที่ยวเมืองไทยในมุมมองใหม่ กว่าที่เคย สัมผัสความแตกต่างของวัฒนธรรมพื้นถิ่น และความสวยงามของธรรมชาติในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา นำท่านชมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ความสดใหม่ ไร้การปรุงแต่งของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รายละเอียดการเดินทาง
0 ค่าบริหารดำเนินการ

0

0 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

**ค่าเบ็ดเตล็ด / ท่าน**
1.ค่าตั๋วเครื่องบินไกด์ (@3,400X 3 ท่าน =10,200) = 340 บาท
2.ค่าวิทยากร 1 ท่าน (วันละ 2,500 บาท จำนวน 5 วัน = 12,500) = 415 บาท
3.ค่าไกด์ 2 ท่าน (วันละ 1,500 บาท จำนวน 5 วัน = 15,000) = 500 บาท
4.สำนักงาน+เอกสารแจก = 20 บาท
5.ประกันการเดินทาง = 29 บาท
6.VAT 7% = 1,131 บาท 7.ของว่าง+น้ำดื่ม/เครื่องดื่ม = 250 บาท
8.เบ็ดเตล็ด+ทิป = 193 บาท
รวม = 2,878 บาท

04.30 เพื่อนธรรมชาติ- รอต้อนรับคณะที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง

คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง : อาคาร 2 (อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ) ชั้น 3 ลงประตู 14 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินนกแอร์ ทีมงานเพื่อนธรรมชาติ รอให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระเดินทาง...พร้อมมอบอาหารเช้าแบบสะดวกทานแก่ทุกท่านค่ะ (กรุณาอย่าลืมพกบัตรประชาชนนะคะ)

05.00 เพื่อนธรรมชาติ - บริการอาหารเช้าแบบกล่อง

ทีมงานเพื่อนธรรมชาติ รอให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระเดินทาง...พร้อมมอบอาหารเช้าแบบสะดวกทานแก่ทุกท่านค่ะ

06.00 เพื่อนธรรมชาติ - ออกเดินทางโดย สายการบินนกแอร์

ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยสายการบินนกแอร์ (DD) เที่ยวบินที่ DD 70
(งดบริการอาหารและแจกเครื่องดื่ม)

07.25 เพื่อนธรรมชาติ - คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ. สงขลา

คณะเดินทางถึง สนามบินหาดใหญ่ เชิญทุกท่านรับสัมภาระและจัดการภารกิจส่วนตัว

08.00 บ.หาดใหญ่ไดม่อนทัวร์

รถบัสรับคณะออกเดินทางสู่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี (ระยะทางประมาณ 130 กม./2ชม.) “เมืองยะหริ่ง” เดิมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นประเทศราชของไทย อดีต 1 ใน 7 หัวเมืองปักษ์ใต้ มีคำขวัญประจำอำเภอ : แดนประมง ดงน้ำตาล บ้านเมืองเก่านกเขาดี มีหาดสวย รวยป่าชายเลน “ยะหริ่ง” เดิมมาจากคำว่า “ยือริง” เป็นชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนฝั่งแม่นํ้ายามูตอนบน อยู่ในเขตการปกครองของปาตานี ดารุสสลาม เล่ากันว่า “สมัยก่อนในหมู่บ้านแห่งนี้มี ต้นยือริง (ต้นเนียง) ขนาดใหญ่เป็นที่เล่าขานกันว่า ความใหญ่ของลำต้นเท่ากับสามารถนั่งรับประทานข้าวได้ 7 โต๊ะ เปลือกลูกยือริง (เปลือกลูกเนียง) สามารถทำเป็นจานข้าวได้ ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า...ยือริง”

10.00 เพื่อนธรรมชาติ - นำชมหาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง

คณะเดินทางถึง หาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง หาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล มีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมากหาดทรายแห่งนี้ทอดยาวออกไปเรื่อยๆ เพราะเกิดจากกระแสน่้ำพัดเอาตะกอนทรายมาทับถมพอกพูนแหมาะแก่การไปนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติมีทิวสนและต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่น “เรือกอและ” เป็นเรือประมงชายฝั่งขนาดเล็ก ที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง ลักษณะเป็นเรือลำใหญ่ มีความยาว 25, 22 และ 20 ศอก ลักษณะการสร้างเรือจะทำให้ส่วนหัว และท้ายเรือสูงขึ้นจากลำเรืออันเป็นเอกลักษณ์มาช้านาน ลวดลายบนลำเรือเป็นการผสมผสานระหว่างลายมลายู ลายชวาและลายไทยโดยมีสัดส่วนของลายไทยอยู่มากที่สุด เช่น ลายกนกลายบัวคว่ำบัวหงาย ลายหัวพญานาค หนุมานเหินเวหา รวมทั้งลายหัวนกในวรรณคดี เช่น “บุหรงซีงอ” หรือ สิงห์ปักษี (ตัวเป็นสิงห์ หรือราชสีห์ หัวเป็นนกคาบปลาไว้ที่หัวเรือ) เชื่อกันว่ามีเขี้ยวเล็บและมีฤทธิ์เดชมากดำน้ำเก่ง จึงเป็นที่นิยมของชาวเรือกอและมาแต่โบราณ งานศิลปะบนลำเรือเสมือน “วิจิตรศิลป์บนพลิ้วคลื่น” และเป็นศิลปะเพื่อชีวิตเพราะเรือกอและ มิได้อวดความอลังการของลวดลายเพียงอย่างเดียว ทว่ายังเป็นเครื่องมือในการจับปลาเลี้ยงชีพชาวประมงด้วย

11.00 เพื่อนธรรมชาติ นำคณะเข้าชม-วังยะหริ่ง

คณะเดินทางถึง " วังยะหริ่ง " ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วเมื่อครั้งถูกถ่ายทอดผ่านงานเขียนด้วยฝีมือของ “พนมเทียน” หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ (ท่านเกิดที่ จ.ปัตตานี ค่ะ) ในเรื่อง “มัสยา” ซึ่งผู้ประพันธ์ได้แรงบันดาลใจและผูกโยงเค้าโครงเรื่องจากการได้สัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ โดยถ่ายทอดสร้างตัวละครเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดในบ้านแห่งนี้ก่อนจะได้พบรักกับนายทหารหนุ่มจากพระนคร ซึ่งแทบไม่นาเชื่อว่าทุกอย่างในบทละครของนักเขียนชื่อดังล้วนตรงกับชีวิตจริงของท่านเจ้าของวัง คุณหญิงวุจจิรา เด่นอุดม
***วังยะหริ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ แบบเรือนไทยมุสลิม ศิลปกรรมพื้นบ้านผสมชวาผสานกับบ้านแถบยุโรป ตัววังเป็นรูปตัว U
วังแห่งนี้อดีตเคยเป็นที่ตัดสินคดีต่างๆ ส่วนเครื่องโถ ถ้วย ชาม ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ยังมีการรักษาเก็บไว้ให้ชม รวมไปถึงการอนุรักษ์ผ้าลายปัตตานี ในปัจจุบันได้รับการดูแลจากท่านเจ้าของวังอย่างดี โดยมีการบูรณะครั้งหลังสุดเมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 เป็นบ้านพักของทายาท คือ คุณหญิงวุจจิรา เด่นอุดม (ยังคงใช้เป็นที่พักอาศัย โปรดเข้าชมด้วยการให้เกียรติในสถานที่)
***รวมค่าเข้า + มอบวิทยากร

13.00 ร้านครัวบังโซ๊ะ

รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านครัวบังโซ๊ะ รสชาติถูกปาก ความสดถูกใจ

14.00 เพื่อนธรรมชาติ - นำชม พิพิธภัณฑ์-ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

หลังอาหารนำท่านเข้าชม ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (เปิด 08.00-17.00 น.)
เชิญท่านไหว้ขอพรจาก องค์เจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว ตามรอยพระบาทยาตราของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (ศาลเทพเจ้าแห่งความเมตตา) หนึ่งในศูนย์รวมความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีความสำคัญยิ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน ใน จ.ปัตตานี รวมทั้งชาวจีนในต่างประเทศ
จากนั้นนำท่านเข้าชม....พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว อาคารตั้งอยู่ด้านข้างศาลเจ้า มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “หอนิทรรศน์สานอารยธรรม จ.ปัตตานี” สัมผัสชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีนแห่งปัตตานีทั้งทางประวัติศาสตร์ ด้านศิลปะภาพถ่าย ความรู้ ทางวิชาการ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว รวมทั้งประเพณีทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และ อัตลักษณ์ของชุมชนชาวปัตตานี ผ่านรูปแบบการจัดแสดงผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ
***ร่วมมอบบำรุงสถานที่ + มอบ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

15.30 เพื่อนธรรมชาติ - ย่านเมืองเก่า มลายู ลีฟวิ่ง

นำท่านออกเดินเท้า (Walking Tour) หรือ “เดินอารมย์ดี”ชม ย่านเมืองเก่า มลายู ลีฟวิ่ง (Melayu Living) ให้ได้เพลิดเพลินเจริญใจและรู้สึก“อารมณ์ดี”
อารมย์ดี (อา-รมย์-ดี) เป็นคำเฉพาะ ที่เกิดจากการนำคำประกอบของชื่อถนน 3 สายในย่านเมืองเก่าปัตตานี อันได้แก่ “อา” มาจากถนน“อาเนาะรู”, “รมย์” มาจากถนน“ปัตตานีภิรมย์” และ“ดี” มาจากถนน“ฤาดี” มาร้อยเรียงเชื่อมโยงกันเป็นชื่อ“อารมย์ดี” เกิดเป็นสีสันใหม่ในปัตตานี โครงการนี้เกิดจากกลุ่มคนเล็กๆ แต่มีใจและฝันอันยิ่งใหญ่ ได้มารวมตัวกันปลุกชีวิต“เมืองเก่าปัตตานี”ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
นำท่านเดินชมกลุ่มตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีสสีสันสดใส, บ้านกงสี,บ้าน 300 ปี,บ้านตึกขาว,ร้านโรงเตี๊ยม อาเนาะรู, บ้านเลขที่ 1
และนำคณะเข้าศึกษาและเรียนรู้ (โดยได้รับความอนุเคราะห์จัดหาเจ้าหน้าที่นำชมแก่คณะ จากท่านเจ้าของสถานที่-ครอบครัวคุณอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ท่านเจ้าของโรงแรม ซีเอส ปัตตานี ค่ะ)
***อาคารโบราณ “บ้านขุนพิทักษ์รายา” เรือนแถว 2 ชั้น 2 คูหา 2 ช่วงเสา รูปแบบของตึกแถวมีการประยุกต์ระหว่างสถาปัตยกรรมในท้องถิ่นและสถาปัตยกรรมจีน มีอายุประมาณ 90-120 ปี
***มอบบำรุงสถานที่ + วิทยากรท้องถิ่น

18.00 ภัตตาคารลอนดอน

รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคารลอนดอน

19.00 โรงแรมซี เอส ปัตตานี

เดินทางเข้าที่พัก โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี

07.00 โรงแรมซี เอส ปัตตานี

รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม เมนูเด็ดข้าวยำ ชามาเลย์ และพิเศษ นาซิดาแฆ ที่สั่งเป็นพิเศษบริการแด่ทุกท่านให้ได้ลองลิ้มชิมรสกันค่ะ

08.00 บ.หาดใหญ่ไดม่อนทัวร์

รถบัสรับคณะออกเดินทาง แวะช้อปปิ้งเสื้อผ้าชุดสไตล์อาหรับ และ ผ้าปาเต๊ะ

09.00 เพื่อนธรรมชาติ - นำชมมัสยิดกรือเซะ

นำคณะออกเดินทางสู่ มัสยิดกรือเซะ หรือ มัสยิดปินตูกรือบัน ( “กรือเซะ” แปลว่า ทรายสีขาวใสดั่งไข่มุก, “ปินตู” แปลว่า “ประตู” , “กรือบัน” แปลว่า ประตูใหญ่-ทางเข้าหลักค่ะ) มีชื่อเป็นทางการว่า “มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ซาห์” ตามชื่อผู้สร้างซึ่งเป็นเจ้าเมืองปัตตานีดารุสลามในขณะนั้น (พ.ศ. 2073-2107) เดิมสุลต่านใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจและพบปะพูด คุยกับประชาชน เป็นมัสยิดแห่งแรกในคาบสมุทรมลายูที่ถูกสร้างด้วยอิฐแดง มีลักษณะผสมผสานศิลปะอาหรับด้วยรูปทรงประตูซุ้มโค้งแหลม เสาทรงกลม ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและบูรณะใน พ.ศ. 2478 มีการบูรณะใน พ.ศ.2500 และ 2525
*** ฟังเรื่องราวหลากเหตุเรื่องเล่าเหตุใด มัสยิดหลังนี้จึงสร้างไม่เสร็จ ติดตามฟังกันในทริปนะคะ ***

12.00 ศูนย์จริยธรรมวังสายบุรี

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ศูนย์จริยธรรม ชวนชิมรสชาติท้องถิ่น กับเมนูต้องห้ามพลาด คือ “บูดูสายบุรี”

13.00 เพื่อนธรรมชาติ - นำชมวังพิพิธภักดี

วังพิพิธภักดี โบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของ อ.สายบุรี เป็นสถานที่อยู่ของ บุตรชายคนโตของเจ้าเมืองประเทศราชยะหริ่ง คนที่ 3 "พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดีศรีสุรสงคราม" นามว่า“พระพิพิทธภักดี ” (ตนกูมุกดา อับดุลบุตร) กับ “ตนกูกูซง” หลานสาวของเจ้าเมืองสายบุรี (พระยาสุริยะสุนทรบวรภักดี)
อาคารไม้ 2 ชั้น โดยนำศิลปะแบบตะวันตกและศิลปะของท้องถิ่นมาผสมผสานกันคือ มีหน้ามุขแบบตะวันตก ลูกกรงบันไดเป็นลายปูนปั้นรูปดอกไม้ ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของวังพิพิธภักดี คือ ผนังกั้นห้องภายในอาคารเป็นผนังโค้งอิทธิพลศิลปะตะวันตก มีช่องลมเป็นลวดลาย พรรณพฤกษาอิทธิพลศิลปะชวา สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางด้านต่างๆ ของ อ.สายบุรี
***ร่วมบริจาคบำรุงสถานที่ + วิทยากรท้องถิ่น

15.30 เพื่อนธรรมชาติ-นำชมวังสายบุรี

นำคณะเดินเท้าประมาณ 100 เมตร เพื่อเข้าชมวังสายบุรี
ลักษณะรูปทรงของวังสายบุรีเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง หลังคาทรงปั้นหยา เป็นเรือนไทยมุสลิมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปกรรมของชวา เนื่องจากพระยาสุริยะสุนทรฯ ท่านมีมารดาเป็นชาวชวา การสร้างวังของท่านจึงใช้ช่างชาวชวาเป็นส่วนใหญ่ มีช่างพื้นถิ่นบ้างเล็กน้อย ลักษณะของวังจึงสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะผสมผสานของชวาและศิลปะของไทย หลังคาทรงปั้นหยา หรือ ทรงลีมะห์ เป็นเรือนไทยมุสลิมที่รับอิทธิพลศิลปกรรมของชาวชวา ผสมผสานกับศิลปะของไทย ซึ่งตัววังเดิมจะมีลักษณะเป็นตัว U ตอนหลังได้รื้อออก ปัจจุบันจึงมีลักษณะเป็นรูปตัว L ลักษณะเด่นของวัง คือ พื้นไม้ทำด้วยไม้ตะเคียนปูพื้นเป็นเส้นทแยงมุมมีแกนกลางตีเน้นเป็นฟันปลา สำหรับช่องระบายอากาศนิยมฉลุไม้เป็นลวดลายพรรณพฤกษาตามแบบศิลปะชวา นอกจากนี้เชิงชายใช้ทองเหลืองฉลุโปร่งด้วยลวดลายพรรณพฤกษาตามแบบศิลปะชวา
***ร่วมบริจาคบำรุงสถานที่ + วิทยากรท้องถิ่น

17.30 เพื่อนธรรมชาติ--นำชม สกายวอล์ค ปัตตานี

นำคณะเดินชม จุดชมวิว-แลนมาร์คแห่งใหม่ของปัตตานี สกายวอล์ค ปัตตานี (Pattani Adventure Park)
แหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยแห่งแรก และแห่งใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยทางเดินบนยอดไม้ หรือ sky walk สะพานเหล็กที่มีความสูงเกือบตึก 4 ชั้น สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของผืนป่าชายเลนบริเวณสวนแม่ ลูก และวิวทิวทัศน์ทางฝั่งทิศตะวันตก ของ“หาดรูสะมิแล”ท้องทะเลอ่าวปัตตานี(ฝั่งอ่าวไทย) และโค้งอ่าวรูปเคียวของ “หาดตะโล๊ะสะมิแล” จนสุดปลายแผ่นดิน คือ แหลมตาชี ส่วนเมื่อมองไปทางฝั่งทิศตะวันออกจะเห็นวิวทิวทัศน์ของเขาทรายขาวหรือเขารังเกียบ มาส่งอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าด้วยกันค่ะ

18.30 ภัตตาคารลอนดอน

รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคารลอนดอน

19.30 โรงแรมซี เอส ปัตตานี

นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมซี เอส ปัตตานี

07.00 โรงแรมซี เอส ปัตตานี

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

09.00 บ.หาดใหญ่ไดม่อนทัวร์

รถบัสรับคณะเดินทางเพียงประมาณ 3 กม. นำท่าน...ตามรอยพระบาทยาตราปัตตานี...1 ในสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยือนในเขตจังหวัดปัตตานี

09.15 เพื่อนธรรมชาติ--นำชม มิสยิดกลางปัตตานี

นำท่านเข้าชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี มัสยิดที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้าย “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง “หออะซาน” สองข้างเดิมใช้เป็นหอตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิม มาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ

11.15 เพื่อนธรรมชาติ --นำชม วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม

คณะเดินทางถึง วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้)
กราบสักการะพระเกจิอาจารย์ดังของหัวเมืองปักษ์ใต้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เกจิในตำนานที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมากอดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ “หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” คนทางใต้บางส่วนเรียกท่านว่า “สมเด็จเจ้าพะโคะ”
(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินในพิธียกฉัตรทองคำ ในวันที่ 29 ส.ค.2520) ด้านล่างเป็นพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ทวดท่านที่สะสมพระเครื่องเชิญเช่าบูชากันพุทธคุณท่านแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง-เมตตามหานิยม หรือ เลือกเดินหามุมบันทึกภาพประทับใจ หรือ เลือกซื้อของฝากด้านนอกตามอัธยาศัย
แล้วมาฟังเรื่องราวและที่มาของคำว่า "หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" ด้วยกันนะคะ

12.00 เพื่อนธรรมชาติ - บริการอาหารกลางวันแบบกล่อง

บริการอาหารกลางวันแบบกล่อง ระหว่างเดินทาง

15.30 เพื่อนธรรมชาติ--นำชม อาคารท่าอากาศยานนานาชาติเบตง

ท่าอากาศยานแห่งใหม่ ลำดับที่ 29 ของ กรมท่าอากาศยาน นำท่านเที่ยวชมอาคาร มีสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่ สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งคำว่า "เบตง" หรือ “บือตง” เป็นภาษาถิ่นมลายู แปลว่า "ไม้ไผ่" กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง

16.00 เพื่อนธรรมชาติ - นำคณะเดินทางถึง...อำเภอเบตง

คณะเดินทางถึง อ.เบตง จ.ยะลา ดินแดนที่มีคำขวัญว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” จากนั้นนำคณะเดินทางออกจากตัวเมืองไปประมาณ 7 กม. เพื่อชมบริเวณด่านชายแดน ไทย-มาเลเซีย ด่านพรมแดนอำเภอเบตง และด่าน Pengkalan Hulu, รัฐ Perak ตั้งอยู่ที่ริมถนสายบาลิง-เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ด่านพรมแดนเบตง เดิมเป็นด่านพรมแดนของท่ากรุงเทพ จัดตั้งขึ้น ตามกฎเสนาบดี กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2474 (89 ปี ที่ผ่านมา) บริเวณด่านพรมแดนมีป้าย “ใต้สุดสยาม” ซึ่งเป็นแลนมาร์คแห่งหนึ่งของอำเภอเบตง และนอกจากนี้ยังมี “หลักเขตแดนไทย-มาเลย์” มีกำแพงกั้นระหว่างไทย - มาเลเซียซึ่งเป็นกำแพงปูนมีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร เลียบถนนชายแดนไทย - มาเลเซียซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความสวยงามเส้นทางหนึ่ง ให้เวลาท่านได้แวะถ่ายรูปที่ระลึก

16.45 เพื่อนธรรมชาติ--นำชม วัดพุทธาธิวาส

“วัดพุทธาธิวาส” เดิมชื่อ“วัดเบตง” เป็นวัดที่มีชัยภูมิดีมากตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเบตงเชิญท่านสักการะ พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ ที่หมายถึง การประกาศธรรมของพระพุทธเจ้า ลักษณะเจดีย์ก่อสร้างแบบศรีวิชัยประยุกต์ สีทองอร่าม สูง 39.9 เมตร ภายในเจดีย์ชั้นบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระพุทธธรรมประกาศเป็นพระประทาน

17.30 โรงแรมแกรนด์แมนดารินเบตง

นำท่านเข้าที่พัก โรงแรม แกรนด์ แมนดาริน เบตง ที่พักที่ดีที่สุดในเมืองเบตง

18.30 ภัตตาคารต้าเหยิน

รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคารต้าเหยิน

04.30 บ.หาดใหญ่ไดม่อนทัวร์

รถบัสรับคณะออกเดินทางจากที่พักเดินทางสู่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง

05.15 เพื่อนธรรมชาติ--นำชม สกายวอร์คอัยเยอร์เวง

คณะเดินทางถึง กม.32 ในเส้นทางเบตง-ยะลา ทำภารกิจส่วนตัวแล้วนำท่าน ***เปลี่ยนรถ 4WD ท้องถิ่น*** ขึ้นไปยังเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมสกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ในมุมมองกว้าง 360 องศา (ขึ้นกับสภาพอากาศ) แลนด์มาร์คใหม่ ของ อ.เบตง
มีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว และลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ
ไฮไลท์สำคัญ คือ ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานมีความยาวรวม 63 เมตร ส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง ซึ่งสร้างเสน่ห์สีสัน และความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว (กรุณาสวมถุงเท้าสำหรับเดินบนกระจก) ปัจจุบันต้องรถท้องถิ่นไม่สามารถส่งถึงจุดชมวิว ท่านต้องเดินเท้าหรือนั่งมอเตอร์ไซด์ต่ออีกประมาณ 500 เมตร ได้เวลานัดหมายลงมาแวะถ่ายรูปกับอีก 1 จุดชมวิวพร้อม ** ร่วมแบ่งปันน้ำใจ บริจาคสิ่งของ-ทรัพย์ปัจจัย พูดคุยให้กำลังใจ สู่เหล่าตชด. ทีดูแลพื้นที่**

**รวมค่ารถ 4 WD ท้องถิ่น เปลี่ยนขึ้นด้านบน นังคันละ 4 ท่าน ** ค่าเข้าอุทยานฯ/ค่ารถ 2 แถว /ค่ามอเตอร์ไซด์ขึ้น-ลง / ค่าถุงเท้ากันลื่น

09.00 ร้านเจริญ ข้าวมันไก่เบตง

รับประทานอาหารเช้าที่ ร้านเจริญ ข้าวมันไก่เบตง สั่งแบบเซ็ตจัดเต็มเพิ่มได้ทุกอย่างพร้อมเครื่องดื่ม

10.00 เพื่อนธรรมชาติ --นำคณะเปลี่ยนใช้รถ 6 ล้อท้องถิ่น ขึ้นชม-ฟาร์มไก่เบตง-สวนหมื่นบุปผา

นำคณะเดินทางออกนอกเมืองในเส้นทางเบตง-ยะลา กิโลเมตรที่ 4
อันเป็นจุดเริ่มต้นแหล่งท่องเที่ยวในย่าน “บ้านบ่อน้ำร้อน” ชุมชนแรกที่จัดตั้งเพราะถูกค้นพบของชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตพรมแดนไทย-มาเลเซีย เพราะพบว่ามีลำธารที่มีความร้อนช่วยบรรเทาอากาศที่หนาวเย็นและบำบัดโรคได้แล้วพูดต่อๆกันเกิดการอพยพมาตั้งถิ่นฐานและประกอบกับสภาพภูมิอากาศอำนวยต่อการทำเกษตรกรรม กลายเป็นชุมชนใหญ่และขยายตัวเกิดเป็นหมู่บ้านอื่นๆ ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ (ไทย-จีน-มลายู-ลาหู่) อาชีพและแหล่งท่องเที่ยว
เมื่อนำท่านชิมเมนูดังของเมืองเบตงกันแล้วก็ต้องพาท่านมาชมแหล่งการเพาะเลี้ยงของดังกันบ้าง
***นำท่านเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถ 6 ล้อท้องถิ่น*** เพื่อขึ้นเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่บนเขาของ “บ้านปิยะมิตร”
* จุดที่ 1 คือ ฟาร์มไก่เบตง หน้าตาไก่เบตงของแท้เป็น เลี้ยงอย่างไรให้ได้คุณภาพ ต้องไปดูกันให้ถึงที่ค่ะ
* จุดที่ 2 คือ สวนหมื่นบุปผา นำท่านเดินชม ภายใน“โครงการทดลองปลูกไม้ดอกเมืองหนาว” ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยเพราะหมู่บ้านปิยะมิตร 2 ซึ่งมีอากาศหนาวทำให้ปลูกยางพาราไม่ได้ผล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จเยือนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ทรงแนะนำแนวทางปลูกไม้เมืองหนาว ทำให้หุบเขาดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีดอกไม้เมืองหนาวหลากสีเช่นเดียวกับบนดอยทางภาคเหนือ

12.30 ร้านอาหารบ่อปลานิลสายน้ำไหล (โกหงิ่ว)

รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารบ่อปลานิลสายน้ำไหล (โกหงิ่ว)ของหวานบริการ เฉาก๊วยเบตงเจ้าดัง กม.4

13.30 เพื่อนธรรมชาติ --นำชม บ่อปลาจีน -แปลงผักน้ำ-อุโมงค์ปิยมิตร

รถ 6 ล้อท้องถิ่นพาท่านเข้าชม
* จุดที่ 3 การเลี้ยงปลาจีน หรือ เฉาฮื้อ ปลาดังที่นำขึ้นเหลาและนิยมรับประทานกันมากใน อ.เบตง การที่มีชื่อเรียกว่า ปลาจีน เพราะมีต้นกำเนิดมาจากลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ประเทศจีน ต่อมาชาวเบตงได้นำพันธุ์ปลามาจากมาเลเซียมาเลี้ยงในแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งน้ำเล็ก ๆ ตามไหล่เขาที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา แล้วได้ผลดี ถ้าเลี้ยงให้โตเต็มที่ประมาณ 3-5 ปี จะมีน้ำหนักถึงตัวละ 9-10 กิโลกรัม การเลี้ยงปลาจีนเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี
* จุดที่ 4 แปลงปลูก "ซ้าหย่างชอย"หรือ ผักน้ำ ผักที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส แล้วนำมาปลูกที่ประเทศจีน แล้วแพร่หลายมาทางประเทศมาเลเซียและบริเวณชายแดน อ.เบตง แต่ก่อนนิยมทานกันในหมู่ชาวจีนใน จ.ยะลาเท่านั้น ใช้ยอดอ่อนบริโภค การปลูกมีลักษณะพิเศษ คือ ต้องปลูกต้องอาศัยปัจจัย 3 อย่าง 1.น้ำต้องสะอาด น้ำต้องเย็นใส ไม่มีสนิม และต้องเป็นน้ำที่ไหลมาจากภูเขา โดยเฉพาะน้ำที่ไหลจากซอกหิน 2.อุณหภูมิต้องไม่เกิน 30 C เบตงมีอุณหภูมิ 22-25 C และ 3. สภาพแวดล้อมอื่นๆ เช่นแสง หรือ ความชื้น ผักน้ำมีสรรพคุณแก้ร้อนในและลดความดันโลหิตสูง
* จุดที่ 5 เที่ยวชม อุโมงค์ปิยะมิตร เยือนถิ่นสงครามมุดอุโมงค์ฐานที่มั่นเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 วิทยากรนำชมอุโมงค์ประวัติศาสตร์ ตัวอุโมงค์ถูกขุดด้วยมือของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มลายาเขต 2 เมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยใช้สำหรับหลบการโจมตีทางอากาศและเพื่อสะสมเสบียง ภายในอุโมงค์มีสถานีวิทยุของพรรคฯ มีห้องนอนและห้องเก็บเสบียง ภายในมีลักษณะคดเคี้ยวบ้าง เป็นซอกมุมบ้าง ส่วนด้านบนเป็นป่ารก มีต้นไม้ใหญ่มากมาย ปกคลุม สามารถหลบการลาดตระเวนจากเฮลิคอปเตอร์ของรัฐ อุโมงค์ปิยะมิตร ถูกปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับบุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมจัดให้มีพิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์โดยเอาเครื่องไม้เครื่องมือ ของที่ใช้จริงในป่า แสดงภาพและเรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตในป่า

15.30 เพื่อนธรรมชาติ ---นำชม บ่อน้ำร้อนเบตง

เดินทางลงจากเขา แวะเปลี่ยนรถที่บ่อน้ำร้อนแล้วกลับเข้าตัวเมืองเบตง
* จุดที่ 6 นำท่านเที่ยวชม บ่อน้ำร้อนเบตง เดิมเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ อาณาบริเวณประมาณ 3 ไร่ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งของเบตงที่มีน้ำพุเดือดขึ้นมาจากพื้นดิน อุณหภูมิของน้ำประมาณ 80 C บริเวณที่น้ำเดือดสามารถต้มไข่สุกภายใน 7 นาที และเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ของเมืองเบตงอีกด้วย

17.00 เพื่อนธรรมชาติ --นำชม ด่านชายแดน ไทย-มาเลเซีย

นำชมบริเวณ ด่านชายแดน ไทย-มาเลเซีย ด่านพรมแดนอำเภอเบตง และด่าน Pengkalan Hulu, รัฐ Perak
ตั้งอยู่ที่ริมถนสายบาลิง-เบตง อ.เบตง จ.ยะลา แลนมาร์คแห่งหนึ่งของอำเภอเบตง และนอกจากนี้ยังมี “หลักเขตแดนไทย-มาเลย์” มีกำแพงกั้นระหว่างไทย - มาเลเซียซึ่งเป็นกำแพงปูนมีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร เลียบถนนชายแดนไทย - มาเลเซียซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความสวยงามเส้นทางหนึ่ง ให้เวลาท่านได้แวะถ่ายรูปที่ระลึก

18.30 ร้านอาหารใบหยก

รับประทานอาหารค่ำที่ ร้านใบหยก

19.30 โรงแรมแกรนด์แมนดารินเบตง

นำท่านกลับที่พัก โรงแรม แกรนด์ แมนดาริน เบตง เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

07.00 โรงแรมแกรนด์แมนดารินเบตง

รับประทานอาหารเช้าที่ที่พัก
เเล้วพาคณะเดินเที่ยวชม เดินชิลหามุมถ่ายรูปกันที่ Street Art แลนด์มาร์กใหม่ อ.เบตง แวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นไก่เบตง เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ตั้งอยู่ทางเข้า อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ลักษณะเด่นของไก่เบตง คือ ตัวผู้มีปากสีเหลืองอ่อน ส่วนตัวเมียปากสี่น้ำตาลเข้ม ตานูนใสหงอนจักร หัวกว้าง คอตั้งแข็งแรง มีขนสีเหลืองทองที่หัว ปีกสั้น อกกว้าง ขาใหญ่ หน้าแข้งกลม เล็บสีขาวอมเหลือง

09.30 บ.หาดใหญ่ไดม่อนทัวร์-"พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง”

นำคณะเดินทางเข้าชม "พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง” ที่สร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นประยุกต์หลังคาซ้อนหลายชั้นพิพิธภัณฑ์เมืองเบตง เป็นแหล่งเก็บรวบรวมศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ โบราณวัตถุ และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ เมืองเบตงต่างๆ เท่าที่จะหามาได้ ในพิพิธภัณฑ์ชั้นหนึ่งเก็บรวบรวมศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ โบราณวัตถุ อาทิ ถ้วยชามเครื่องเคลือบ โต๊ะ ตู้ เตียง โบราณ ตะเกียงเก่า เรือสำเภาจำลอง กี่ทอผ้า อุปกรณ์ปั่นฝ้าย ส่วนชั้นสองจัดแสดงภาพเก่าเมืองเบตง และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ
พิพิธภัณฑ์เมืองเบตงยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่เมื่อขึ้นไปชั้นบนสุดมองลงมาจะเห็น บรรยากาศตัวเมืองเบตงได้อย่างชัดเจนและสามารถมองเห็น สนามกีฬากลางหุบเขา ของเบตงได้ค่ะ

10.45 เพื่อนธรรมชาติ --นำชม วัดพุทธาธิวาส , Street Art King Bhumibol

นำคณะแวะถ่ายรูป “Street Art King Bhumibol”ผลงานสร้างสรรค์ของ นายชวัส จำปาแสน หรือ ครูอะไหล่ ครูสอนศิลปะ จากสถาบันสอนศิลปะ Viridian Academy of Art ศิษย์เก่าจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมเพื่อนอาจารย์ อีก 2 คน ที่ชื่นชอบงานศิลปะ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 บนผนังของอาคารโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) ที่มีขนาด 8x12 เมตร ใกล้กับศาลาประชาคมเก่า หรือ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อปี พ.ศ. 2519

12.00 ภัตตาคารต้าเหยิน

รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคารต้าเหยิน

13.00 เพื่อนธรรมชาติ --นำออกเดินทางสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

อำลาเมืองเบตง นำคณะมุ่งหน้าสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ระยะทาง 254 กม. / 5 ชม.)

18.30 สนามบินหาดใหญ่ - บริการอาหารค่ำแบบกล่อง

คณะเดินทางถึงสนามบินหาดใหญ่ ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อของฝากที่สนามบินและทำการโหลดสัมภาระ

บริการอาหารค่ำแบบกล่อง เมนูผัดหมี่เบตง (พิเศษ)

20.05 เพื่อนธรรมชาติ --นำท่านเดินทางโดย สายการบินไทยสไมล์ (WE)

เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดย สายการบินไทยสไมล์ (WE) เที่ยวบินที่ WE 268

21.40 เพื่อนธรรมชาติ --คณะเดินทางถึง ท่ากาศยานสุวรรณภูมิ

ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมรอยยิ้มและความประทับใจ