12,900/ท่าน

เงื่อนไขรายการนำเที่ยว

อัตรานี้รวม
1.ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัดไปกลับ เส้นทาง ดอนเมือง –หาดใหญ่- ดอนเมือง
2.ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสนามบินที่สายการบินเรียกเก็บ
3.ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง ท่านละ 15 กก.
4.ค่ารถตู้ปรับอากาศ( นั่งคันละ 6 ท่าน ) รวม 3วัน บริการตลอดการเดินทาง
5.ค่าโรงแรมที่พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า 2 คืนตามรายการ
6.ค่าอาหารตามรายการ
7.ค่าอาหารว่างและน้ำดื่มระหว่างการเดินทาง
8.ค่าเข้าชมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการ
9. ประกันภัยการเดินทางท่านละ 1,000,000 บาท บาดเจ็บท่านละ 500,000 บาท
9.1 กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สูญเสียอวัยวะ และตกเป็นบุคคลทุกพลภาพวงเงินความรับผิด 1,000,000 บาท / ท่าน
9.2. ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ 500,000 บาท / ท่าน
- ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจากอาหารเป็นพิษ 100,000 บาท / ท่าน
- ค่าใช้จ่ายในการส่งศพกลับภูมิลำเนา กรณีเสียชีวิต 100,000 บาท/ ท่าน
- ค่าเคลื่อนย้ายเพื่อการรักษากรณีอุบัติเหตุ ไม่เกิน 100,000 บาท / ท่าน
10.ค่ามัคคุเทศก์ และเจ้าหน้าที่ทัวร์ บริการตลอดการเดินทาง
11.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %

อัตรานี้ไม่รวม
1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มนอกเหนือรายการ

ติดต่อจองรายการนำเที่ยว
ที่อยู่
55/35 หมู่ 1 ซอยริมคลองประปา
เบอร์โทร
0818092435
อีเมล
Journeyintertour@gmail.com
หมายเหตุ

-รายการทัวร์เมื่อชำระเงินเพื่อจองทัวร์แล้ว ไม่สามารถยกเลิก และไม่สามารถคืนเงินได้ทุกกรณี
-ชำระคำทัวร์เต็มจำนวน ไม่มีการชำระมัดจำ
-ไม่สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้
- โปรแกรมทัวร์อาจมีการสลับลำดับการเที่ยวเพื่อความเหมาะสม
- รับชำระด้วยแอฟพลิเคชั่น เป๋าตัง เท่านั้น
-ไม่สามารถคืนเงินบางส่วนกรณีที่ไม่ได้ร่วมทริปในบางวัน
***ภายใต้เงื่อนไขของโครงการทัวร์เที่ยวไทย***

ล่องใต้สุดแดนสยาม “เบตง” ดินแดนสุดปลายด้ามขวาน 3 วัน 2 คืน

location_on กรุงเทพมหานคร - ยะลา
โดย บริษัท เจอร์นีย์ อินเตอร์ จำกัด
คำโปรยรายการนำเที่ยว

โครงการทัวร์เที่ยวไทย รัฐช่วย 40 %
ล่องใต้สุดแดนสยาม “เบตง”ดินแดนสุดปลายด้ามขวาน
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง – สกายวอร์ค –อุโมงค์ปิยะมิตร-สวนหมื่นบุพผา
( 3 วัน 2 คืน) โดยสายการบินไลอ้อนแอร์
พักที่ อ.เบตง... โรงแรม แกรนด์วิว แลนด์มาร์ค เบตง (ระดับ 4ดาว)
-------------
รายละเอียดเที่ยวบิน
(ขาไป) ดอนเมือง –หาดใหญ่ SL 702 06.20-07.50
(ขากลับ) หาดใหญ่ -ดอนเมือง SL 721 20.45-22.15
-------------

รายละเอียดการเดินทาง
0 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดมัคคุเทศก์
ค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์
1. ค่าตั๋วเครื่องบินมัคคุเทศก์ 4,400 บาท
2.เบี้ยเลี้ยง + ทิป มัคคุเทศก์ 1300*3 = 3,900 บาท
3. ค่ารถแท็กซี่ มัคคุเทศก์ 600 บาท
4. ค่าห้องมัคคุเทศก์ 2,000 บาท
5. ค่าประกันการเดินทางมัคคุเทศก์ 35 บาท
รวมค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์ 10,935 บาท
ลูกค้า 6 คน หารเฉลี่ยต่อคน (1) 1,822 บาท

ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดลูกค้า
1. ค่าประกันการเดินทาง 35 บาท
2. ค่าอาหารที่สนามบิน ค่าน้ำ ขนม ของบริการบนรถ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอลล์ 598.58 บาท
3. ค่ากระเป๋าและของที่ระลึกแจกลูกค้า 300 บาท
4.ภาษี 7% 843.92 บาท
รวมค่าเบ็ดเตล็ดทั้งหมด ต่อคน (2) 1,777.50 บาท

รวมค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดของลูกค้า (1)+(2) 3,600 บาท

0 ค่าบริหารดำเนินการ

0

04.30 บริษัท เจอร์นีย์ อินเตอร์ จำกัด

ทุกท่านพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคาร 2 ( ภายในประเทศ ) บริเวณห้องโถง เคาน์เตอร์ หมายเลข 12 สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ พบเจ้าหน้าที่จาก บริษัท เจอร์นีย์ อินเตอร์ ทัวร์ และมัคคุเทศก์ที่จะเดินทางไปพร้อมคณะ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน รวมทั้งแจกเอกสารการเดินทาง ซึ่งภายในบรรจุ กำหนดการเดินทาง / หน้ากากอนามัยสำหรับใช้แต่ละวัน (รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องท่านละ 15 กก. แล้ว ) หมายเหตุ เมื่อมาถึงจุดนัดพบแล้ว ...กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุลกับเจ้าหน้าที่ทัวร์ เพื่อทำการติดป้ายชื่อที่กระเป๋า และสัมภาระของท่าน รวมทั้งริบบิ้นสีประจำคณะ เพื่อป้องกันการสับสนของกระเป๋าผู้เดินทาง *** ทัวร์มีบริการ Snack Box และน้ำดื่มที่สนามบินให้ทุกท่าน *** มื้อที่ 1
หมายเหตุ เนื่องจากช่วงนี้ยังอยู่ในสถานการณ์การควบคุมโรคโควิด-19 สายการบินอาจงด อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดบนเที่ยวบิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด

06.20 Thai Lion Air

เครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองสู่สนามบินหาดใหญ่ โดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 702 (06.20 น. -07.50 น.) เวลา 07.50 น. ถึงสนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำคณะรับสัมภาระจากสายพานและผ่านการคัดกรองผู้โดยสาร
จากนั้น นำคณะเดินทางด้วยรถรถตู้ปรับอากาศ สู่ปัตตานี ( คันละ 6ท่าน + เจ้าหน้าที่ทัวร์ ประจำรถตู้ 1 ท่าน ) คอยดูแลบริการและอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทาง )
หมายเหตุ .. บนรถตู้มีบริการ น้ำดื่ม , ผ้าเย็น ,กระดาษทิชชู และเจลอัลกอฮอร์ป้องกันเชื้อโรค ตลอดการเดินทางฟรี )

08.30 นายอนุชา กิตติกุลนที

=> นำคณะดินทางไปเยี่ยมชม วัดช้างให้ ( เดินทาง 1.45 ชม ) เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มคำจึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างไห้ แล้วนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะ หรือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด คำปรารภของ พระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร)
=> จากนั้นนำคณะเยี่ยมชม ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ความศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปัตตานีมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ในตัวเมืองปัตตานี เป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในปัตตานี ในต่างจังหวัด และในต่างประเทศ ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ศาลเจ้าเล่งจูเกียงหรือชื่อที่ชาวบ้านเรียก “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ติดกับศาลเจ้าแม่ ยังมีย่านเมืองเก่าปัตตานี ซึ่งงดงามด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่หลายแบบ หลากสไตล์ ให้ได้เดินทอดน่อง ผ่อนคลายอารมณ์ชมเมืองเก่าที่สวยงามแปลกตาอีกด้วย
=> อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัยที่ จ.ปัตตานี
=> บ่าย นำคณะผ่านชม มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่บ้านกรือเซะ หมู่ที่ ๒ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ติดกับถนนสายปัตตานี- นราธิวาส มัสยิดกรือเซะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง)มัสยิดกรือเซะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๑๕.๑๐ เมตร ยาว ๒๙.๖๐ เมตร สูง ๖.๕๐ เมตร เสาทรงกลม เลียนรูปลักษณะแบบเสากอธิคของยุโรป ช่องประตูหน้าต่างมีทั้งแบบโค้งแหลมและโค้งมนแบบกอธิค โดมและหลังคามีรูปทรงโค้งมน อิฐที่ใช้ก่อมีลักษณะเป็นอิฐสมัยอยุธยา ตรงฐานมัสยิดมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปะปนอยู่บ้าง => จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา (เดินทาง 3.10 ชม ) เบตง หรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า บือตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดยะลา นับเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย โดยมีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแนวทิวเขาสันกาลาคีรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,328 ตารางกิโลเมตร
=> 16.30 น. ถึงอำเภอเบตง แวะเยี่ยมชม วัดพุทธาธิวาส วัดสวยตั้งอยู่ใจกลางเมืองเบตง โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีทัศนียภาพที่สวยงดงาม มองเห็นภูเขาที่รายล้อมเมืองเบตงอยู่เบื้องหน้า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะบูชา 3 สิ่งคือ พระมหาธาตุเจดีย์ พระพุทธธรรมประกาศ พระพุทธธรรมกายมงคลปยุรเกศานนท์สุพพิธาน และวิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ลักษณะเจดีย์ก่อสร้างแบบศรีวิชัยประยุกต์ สีทองอร่าม สูง 39.9 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา => นำท่านถ่ายรูปบริเวณหอนาฬิกา สัญลักษณ์ของเมืองเบตง ตั้งเป็นศูนย์กลางของสี่แยกวงเวียนกลางเมือง ใกล้ๆกันนั้นมี ตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่าง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ลักษณะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านบนของตู้ได้บรรจุลำโพงไว้ข้างในและเจาะรูกลมๆไว้รอบๆ เพื่อกระจายเสียงรายงานข่าวสารของทางราชการ มีอายุรวม 86 ปี ให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก => จากนั้นเดินทางสู่ สตรีทอาร์ต STREET ART ถนนศิลปะเมืองเบตง เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของ ทีมนักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดขึ้นมาในงานครบรอบ 111 ปี เมืองเบตง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเบตง เนรมิตรงานศิลปะ บอกเล่าถึงเรื่องราววิถึชีวิต และสัญลักษณ์ของเมืองเบตง รอบเมืองเบตง 11 จุด ทั้งบนผนัง กำแพง ใต้สะพาน และตัวอาคารหลายจุดรอบเมืองเบตง

18.00 ร้านต้าเหยิน(กิตติ) เบตง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร ต้าเหยิน(กิตติ) เบตง

19.30 Grandview Landmark Hotel​

นำคณะเข้าที่พัก โรงแรมแกรนด์วิว แลนด์มาร์ค เบตง ระดับ 4 ดาว ( คืนที่ 1 )

03.30 นายอนุชา กิตติกุลนที

03.30 น. นำคณะเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศ สู่จุดชมวิว AI YERWENG SKY WALK (ทะเลหมอกอัญเยอร์เวง) ( 36 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. ) ในเขตพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ กิโลเมตรที่ 32 มีความสูงกว่า ระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต ให้ท่านเต็มอิ่มกับการ ชมทะเลหมอกแบบหนาๆ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดได้อย่างสวยงาม (การเที่ยวชมทะเลหมอก อาจมีการสลับสับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ )
04.30 น คณะเดินทางถึง ณ จุดนัดพบ ต.อัยเยอร์เวง นำคณะเปลี่ยนรถเป็นรถปิ๊คอัพท้องถิ่น(นั่งหน้า 4 ท่าน ด้านหลัง มีเก้าอื้แล็กให้นั่ง ประมาณ 6-8 ท่าน ) นั่งประมาณ 10 นาที จะถึงบริเวณหอคอย Sky Walk Ai Yerweng ( รถปิ๊คอัพจอดรอเพื่อรรับคณะกลับ )
05.00 -0700 น ท่านจะได้เห็นทะเลหมอกอันสวยสด งดงาม พร้อมทั้งชมแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดตื่นเต้นกับการได้ถ่ายรูปกับ Sky Walk สะพานพื้นกระจกใส มองทะลุสู่ด้านล่างที่เต็มไปด้วยพืชพันธ์ไม้ป่านานาชนิดที่สวยงาม
07.15 น จากนั้นนำคณะเดินทางกลับสู่จุดเปลี่ยนรถ แล้วนำคณะขึ้นรถตู้ปรับอากาศเดินทางกลับสู่ที่พัก

08.30 Grandview Landmark Hotel​

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม Grandview Landmark Hotel​
จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ภายในโรงแรม (ไม่รวมอาหารกลางวัน)

13.00 นายอนุชา กิตติกุลนที

ช่วงบ่าย นำคณะเดินทางไปยัง บ่อน้ำร้อนเบตง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดย อุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส และบริเวณที่น้ำเดือดนี้สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 7 นาทีเท่านั้น มีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเล่น นำคณะออกเดินทางสู่ อุโมงค์ปิยะมิตร ( ใช้เวลาเดินทางจากที่พัก 30 นาที) จากนั้นเดินทางต่อไปยังอุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่ง ในอดีตเคยถูกใช้เป็นฐานในการหลบซ่อนตัว และเป็นแหล่งสะสมเสบียงในการต่อสู้ของกลุ่มผู้ขัดแย้งทางการเมืองในคาบสมุทรมาลายา ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ที่เคยใช้อุโมงค์แห่งนี้ในการพักพิง ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว ภายในอุโมงค์สีเหลืองส้มนวลตาแต่ก็ชวนให้นึกถึงภาพอดีต อุโมงค์ถูกแบ่งออกเป็นห้องหรือช่องต่าง ๆ ตามการใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องเก็บเสบียง เป็นต้น อากาศภายในเย็นสบายไม่อึดอัดภายในอุโมงค์มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินไปสู่อุโมงค์ต้องเดินผ่านป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆแวะถ่ายรูปกับเห็ดหลินจือยักษ์ และ ต้นไม้ยักษ์ 1000 ปี ระหว่างทางเดินเข้า –ออก อุโมงค์
จากนั้น นำคณะชม สวนหมื่นบุปผา หรือเรียกว่า สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปิยะมิตร 2 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ระบบน้ำเพียงพอ จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนดอกไม้นี้อยู่ท่ามกลางภูเขา ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญผู้มาเยือน ความสวยงามของดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวเย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม และสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้

17.30 ร้านอาหาร บูติก หวายร้อยลี้

รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร บูติก หวายร้อยลี้

19.00 Grandview Landmark Hotel​

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก Grandview Landmark Hotel​ (คืนที่ 2)

07.00 Grandview Landmark Hotel​

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม Grandview Landmark Hotel​

08.30 นายอนุชา กิตติกุลนที

นำคณะถ่ายรูปที่ป้าย OK BETONG และป้ายสุดแดนสยาม จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดคูหาภิมุข หรือ วัดหน้าถ้ำ อยู่ตำบลหน้าถ้ำ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของภาคใต้เช่นเดียวกับพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช และพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งแสดงถึงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย บริเวณวัดร่มรื่นมีธารน้ำไหลผ่านบันไดขึ้นไปยังปากถ้ำมีรูปปั้นยักษ์ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าเขา” สร้างเมื่อ พ.ศ. 2484 ภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ ดัดแปลงเป็นศาสนสถาน มีปล่องที่เพดานถ้ำยามแสงแดดส่องลงมาดูสวยงาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ. 1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้วเชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน
อาหารกลางวันระหว่างทาง (อิสระตามอัธยาศัย)
บ่าย นำคณะเดินทางสู่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ( เดินทาง 2 ชม ) นำคณะ ชมสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่เขาคอหงษ์ เป็นที่ตั้งของ หาดใหญ่เคเบิ้ลคาร์ กระเช้าลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย กระเช้าลอยฟ้าชหาดใหญ่ ( ไม่รวมค่ากระเช้าไฟฟ้า ) นำคณะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคอหงส์จาก พระพุทธมงคลมหาราช ระหว่างทางจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามจากยอดเขามองลงสู่เบื้องล่าง เห็นเมืองหาดใหญ่และทะเลสาบ สงขลา
16.30 น นำคณะ ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงคู่กับ ตลาดสันติสุข ซึ่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งอยู่ริมถนนนิพัทธ์อุทิศ ในย่านเดียวกัน ในอดีตตลาดกิมหยงบริเวณชั้นล่างนอกจากจะเป็นตลาดสดเหมือนตลาดทั่วไปแล้วยังมีการจำหน่ายสินค้าที่มาจากประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอาหารแห้ง กาแฟสำเร็จรูป ขนม เครื่องดังนั้นตลาดกิมหยงจึงเป็นแหล่งทีนักท่องเที่ยวชาวไทยสำอางค์ เครื่องใข้ไฟฟ้า ที่นักท่องเที่ยวนิยม มาซื้อหาสินค้าเหล่านี้เพื่อกลับไปเป็นของฝาก และอาหารหลากหลาย ให้ได้ลิ้มลอง
18.00 น. จากนั้นนำคณะเดินทางสู่สนามบิน ( อาหารค่ำไม่รวมในรายการ )
18.30 น. ถึงสนามบินหาดใหญ่ นำคณะเชคอินและโหลดสัมภาระ

20.45 Thai Lion Air

เครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ สู่ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 721 เวลา 20.45 น.-22.15 น. ถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพทุกท่าน (รวมน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องท่านละ 15 กก.)