12,500/ท่าน

เงื่อนไขรายการนำเที่ยว

1.เมื่อลูกค้าชำระค่าทัวร์เพื่อจองทัวร์แล้ว ไม่สามารถยกเลิก ไม่สามารถคืนเงินได้ทุกกรณี
2.ชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน 60% ครั้งเดียว ไม่มีชำระมัดจำก่อน
3.ชำระค่าทัวร์ ผ่านแอพพลิเคชั่น "เป๋าตังค์" เท่านั้น
4.ไม่สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนวันเดินทางได้
5.โปรแกรมทัวรอาจมีการสลับสับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
6.ไม่สามารถคืนเงินได้บางส่วนในทุกกรณี เช่นกรณีที่ไม่รับประทานอาหารร่วมเป็นบางมื้อ

ติดต่อจองรายการนำเที่ยว
ที่อยู่
9 หมู่ 1 ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร อุบลราชธานี
เบอร์โทร
0832743757
อีเมล
l2btravel@hotmail.com
หมายเหตุ

อุดรธานี ระยอง

location_on อุดรธานี - ระยอง
โดย แอลทูบีทราเวล
คำโปรยรายการนำเที่ยว

กินปูดูเหยี่ยว ดำน้ำ ดูปะการัง

รายละเอียดการเดินทาง
0 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

โปรแกรมนี้ใช้รถตู้1คัน
รายละเอียดค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์และเบ็ดเตล็ด
-ค่าเบรคระหว่าง​วันทั้งวันไปและ​วัน​กลับ300*6=1800
-ค่าที่พักมัคคุเทศก์2คืนคืนละ500*2= 1000 บาท
-ค่าที่พักโชเฟอร์2คืน คืนละ500*2=1000บาท
-ค่าแรงมัคคุเทศก์ 2000*3=6000 บาท
-ค่าประกันการเดินทาง 35*1=35 บาท
-ค่าประกันการเดินทางลูกค้า 35*6=210บาท
-ค่ากระเป๋ายาสามัญประจำบ้าน 1500 บาท
-ค่าบริการป้ายคล้องคอ ป้ายติดกระเป๋า ของที่ระลึก 150*6=900.-บาท
-ค่าน้ำแข็งแช่เครื่องดื่ม ค่าถุงขยะ เจลล้างมือ กระดาษเปียก หน้ากากอนามัย ค่ากระดาษชำระ 500.-บาท
-ค่าของรางวัลจับสลากเพื่อร่วมกิจกรรมกับลูกค้าทั้ง2คืน 3000.-บาท
-ค่าป้ายขอบคุณโครงการ 550บาท

รวมค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดมัคคุเทศก์ 16495 บาท
ลูกค้า 6 คน เฉลี่ยคนละ 2750 บาท
ค่าภาษี 7%= 1154 บาท
รวมค่าเบ็ดเตล็ดทั้งหมด 2943 บาท

0 ค่าบริหารดำเนินการ

0

17.00 เฉลิมเกียติ

เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับคณะ ที่จุดนัดหมาย พร้อมเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศ นอนบนรถ (พร้อมประกันภัยการเดินทาง)

07.00 แอลทูบีทราเวล

บริการอาหารเช้าบนรถแบบเซ็ทกล่องวีไอพี พร้อมเครื่องดื่มผ้าเย็นกาแฟ โอวัลติน ขนมปัง (1)

09.00 แอลทูบีทราเวล

คุกขี้ไก่ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ 600 คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก ผนังก่ออิฐ กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก อยู่กันอย่างแออัด ชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลานักโทษที่มีโทษหนักก็จะอยู่ชั้นถัดจากที่เลี้ยงไก่ จะมีโอกาสโดนมูลไก่ราดได้บ่อย ส่วนนักโทษชั้นล่างจะเป็นนักโทษที่มีโทษเบากว่า มีโอกาสโดนมูลได้น้อยกว่า ความทรมานของคุกขี้ไก่ ไม่ได้อยู่ที่ความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย แต่เป็นความขมขื่นทางจิตใจ ที่ถูกผู้รุกรานต่างชาติคุมขัง อย่างไร้ศักดิ์ศรี ว่ากันว่าคนที่เคยถูกคุมขังเมื่อออกจากคุกมาได้กลิ่นขี้ไก่จะอยู่ติดตัวไปนาน บริการเบรคระหว่างวัน ขนม น้ำดื่ม น้ำอัดลม กาแฟเย็น ผลไม้ตามฤดูกาล ผ้าเย็น

10.00 แอลทูบีทราเวล

แวะชมตึกแดง สร้างขึ้นโดยฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2436 ในยุคของอินโดจีนฝรั่งเศส หรือ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ในสมัยนั้นฝรั่งเศสได้แผ่อาณานิคมเข้ามาที่ลาว กัมพูชา เวียดนาม และได้หาเรื่องรุกรานไทยโดยอ้างว่า ดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงคือ อาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด ฝรั่งเศสได้บุกเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อต้องการดินแดนส่วนนี้ กับพื้นที่ในจังหวัดตราด และยังต้องการค่าเสียหายอีกเป็นจำนวนถึง 3 ล้านฟรังก์เหรียญทอง หรือราว 1.56 ล้านบาทในขณะนั้น ในขณะที่ไทยยังไม่สามารถยกดินแดนที่ฝรั่งเศสต้องการ และ ฝรั่งเศสยังไม่ได้รับค่าเสียหาย ฝรั่งเศสก็เลยใช้วิธียึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นตัวประกัน ฝรั่งเศสได้สร้างตึกแดง เป็นตึกเล็กชั้นเดียว ขนาด 7 x 32 ตารางเมตร มีห้องภายในอยู่ 5 ห้อง ไว้เป็นที่บัญชาการ และที่อยู่อาศัยของทหารฝรั่งเศส – ญวณ ด้านนอกทาสีแดงเข้ม ที่ตั้งของตึกแดงอยู่ที่ป้อมพิฆาฏปัจจามิตรซึ่งเป็นป้อมปืนเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยฝรั่งเศสได้รื้อเอาป้อมพิฆาฏปัจจามิตรออกแล้วสร้างตึกแดงในที่ตรงนั้น มีการนำวัสดุบางอย่างของป้อมพิฆาฏปัจจามิตรมาใช้ในการสร้างดึกแดงด้วย ฝรั่งเศสใช้งานดึกแดงเป็นที่บัญชาการจนถึงปี พ.ศ. 2447 จนได้สิ่งที่ต้องการจนครบไม่ว่าจะเป็นดินแดนที่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย และเงินค่าเสียหายที่ฝรั่งเศสเรียกร้อง มีบันทึกไว้ว่าเงินในท้องพระคลังสมัยนั้นถึงกับหมดเกลี้ยง ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการปรับปรุงตึกแดงให้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนของ อ.แหลมสิงห์ ต่อมาได้ถูกยกเลิกและทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

11.00 ไอเลย์

ถึงที่พักหมู่บ้านไร้แผ่นดินจังหวัดจันทบุรี เก็บสัมภาระเข้าที่พัก ห้องละ2-3-4-5 ท่าน 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (ทัวร์ 5) แบบบุฟเฟ่ต์ปูตัวโตๆ ผัดไทยเส้นจัน ส้มตำไทย กุ้งชุบแป้งทอด ณ ที่พัก จากนั้นคณะพักผ่อนตามอัธยาศัย 14.30 น. เริ่มกิจกรรมกลุ่มที่เราจัดเตรียมไว้สำหรับท่าน คณะทัวร์จะได้พบกับกิจกรรมสุดเจ๋ง เล่น แพเปียกพร้อมรับชมเหยี่ยวแดงนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน และ ชมทะเลแหวกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ ณ บางชัน กับพื้นดินนุ่มๆล้อมรอบด้วยผืนน้ำ พลบค่ำหลังจากกิจกรรมเล่นแพเปียกพร้อมชมเหยี่ยวแดง 18.30 น. รับประทานอาหารเย็น อาหารทะเลชุดใหญ่ เติมไม่อั้น (ทัวร์ 6) บุฟเฟ่ห์ปูตัวโตๆ กุ้งลายเสือ อาหารทะเล ปลาทอดสามรสปลาต้มส้ม เวทีพร้อมดนตรีคาราโอเกะ บุฟเฟ่ต์เครื่องดื่มนาๆชนิด แบบไมอั้น บริการพิเศษ อาหารและเครื่องดื่มบนแพเปียกตลอดเวลาล่อง4ชั่วโมงเต็ม บริการอุปกรณ์พร้อมเครื่องเล่น บริการค่าเรือข้ามฟากไปและกลับ บริการแพส่วนตัวไม่รวมกับกรุ๊ปอื่น ราคานี้รวม ค่าที่พัก1คืนห้องละ2-3-4-5ท่าน ค่าทิปคนขับเรือ ค่าอาหาร3มื้อพร้อมอาหารเช้าในวันรุ่งขึ้นค่ะ สำหรับค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์

07.00 ไอเล

อรุณสวัสดิ์ เชิญยืดเส้นยืดสายกับบรรยากาศอันแสนสบายรับกลิ่นไอธรรมชาติแบบทะเลชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ตักบาตรทำบุญหน้าที่พักตามสมัครใจพร้อมรับประทานอาหารเช้าข้าวต้มทะเลร้อนๆ (ทัวร์ 7) ณ โฮมสเตย์ที่พัก ช่วงเช้า อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชม วิถีประมงพื้นบ้าน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดบางชัน ชมรอยพระหัตถ์ รัชกาลที่ 5 เป็นภาษาขอม / จากนั้นแวะชมและซื้อของฝาก อาทิ กุ้งแห้ง กะปิ ปลากึ๋น หมึกแห้ง เสื้อ Logo บางชัน ไว้เป็นของฝากที่ระลึก ตามอัธยาศัย

08.00 แอลทูบีทราเวล

เดิมวัดชากใหญ่ชื่อ วัดมหาปทุมวิทยาราม ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดชากใหญ่ วัดชากใหญ่ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2498 โดย หลวงตามหาบัว (พระอาจารย์ มหาบัว ญาณสัมปันโน ) จนถึงปีพ.ศ. 2508 พระอธิการธรรมรัติ ได้มาจำพรรษาและเป็นเจ้าอาวาสวัด บรรยากาศในวัดมีความร่มรื่น เต็มไปด้วยประติมากรรมเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนามากมายและยังมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวต่างๆของประติมากรรมนั้น ๆ ด้วย วัดนี้เป็นป่าใหญ่มีต้นไม้นานาพันธุ์และมีต้นยางพาราผสม -ภายในพุทธอุทยานฯ มีพุทธประติมากรรมอันยิ่งใหญ่อลังการภายในวัดชากใหญ่ที่มีอาณาบริเวณอันร่มรื่นถึง 50 ไร่แห่งนี้ คือที่ตั้งของพุทธอุทยานมหาปทุมวิทยาญาณสัมปันโน ที่สร้างขึ้นโดยพระครูธรรมวิสุทธิมงคล เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในปี พ.ศ. 2498 และได้รับการพัฒนาเรื่อยมา จนกลายเป็นพุทธอุทยานฯ ที่อาบไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ และภายในอุทยานฯ ยังมีพุทธประติมากรรมอันยิ่งใหญ่อลังการ สะท้อนเรื่องราวของพระพุทธเจ้าขณะแสดงธรรมเทศนาโปรดบุคคลต่าง ๆ ตามพุทธประวัติ โดยมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวรายละเอียดตามพุทธประวัติของประติมากรรมนั้น ๆ ทำให้เข้าใจรายละเอียดได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระพุทธรูปปางนาคปรก ให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ปลูกนานาพันธุ์ผสมผสานกับต้นยางพาราได้อย่างลงตัว ซึ่งหากเดินชมจนทั่วจะพบว่ากุฏิของสงฆ์ใช้ใบจากมุงหลังคาและมุงเป็นผนัง ซึ่งพระอาจารย์มหาบัวให้พระสงฆ์อยู่เพื่อปฏิบัติธรรม ภายในพุทธอุทยานฯ มีพุทธประติมากรรมอันยิ่งใหญ่อลังการ เป็นเรื่องราวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมเทศนาโปรดบุคคลต่างๆ ตามพุทธประวัติ ซึ่งล้วนเป็นประติมากรรมมีลักษณะที่สวยงาม ซึ่งนอกจากประติมากรรมต่างๆ ที่จัดแสดงไว้ให้เห็นแล้ว ยังมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวรายละเอียดตามพุทธประวัติของประติมากรรมนั้นๆ ทำให้เข้าใจรายละเอียดได้อย่างลึกซึ้งค่ะ

11.00 โรงแรมพิมพิมาน

เดินทางถีงที่พัก พร้อมรับประทานอาหารเที่ยง

13.00 โรงแรม พิมพิมาน

นำคณะดำน้ำ ดูปะการัง เกาะมันใน มันกลาง เกาะทะลุ อิ่มเอมกับปะการัง สุดสวย พร้อมขึ้นเรือสปีดโบต ในการทำกิจกรรมดำน้ำ

18.00 โรงแรมพิมพิมาน

รับประทานอาหารเย็น แบบ บุฟเฟต่ทะเล อิ่มไม่อั้น

20.00 โรงแรมพิมพิมาน

เข้าที่พัก โรงแรมพิมพิมาน

07.00 โรงแรมพิมพิมาน

รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม

08.00 แอลทูบีทราเวล

เตรียมตัวเดินทางกลับจาก โรงแรม

09.00 แอลทูบีทราเวล

นำท่านแวะซื้อของฝาก อาหารทะเล ที่ตลาดบ้านเพ

12.00 ร้านอาหารระเบียงไม้

รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 แอลทูบีทราเวล

ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อุดรธานี โดยสวัสดิภาพ